ไวรัสRSV และ ไวรัสไข้หวัดธรรมดา ต่างกันอย่างไร
ไวรัส RSV เป็นไวรัสซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่กลัวมาก เนื่องจากไวรัส RSVยังไม่มีทั้งยารักษาและวัคซีนป้องกัน และไวรัส RSVมักแพร่ระบาดในช่วงฤดูฝน
ไวรัส RSV คืออะไร
Respiratory Syncytial virus หรือ RSV เป็นเชื้อไวรัสที่รู้จักกันมานานในวงการแพทย์ ซึ่ง RSV เป็นสาเหตุของอาการหรือโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะในเด็กเล็ก
ร่างกายได้รับไวรัส RSV ได้อย่างไร
ไวรัส RSV จะพบมากและเจริญเติบโตได้ดีในช่วงที่มีอากาศชื้นโดยเฉพาะหน้าฝน แถมยังติดต่อกันได้ง่ายเพียงการสัมผัสใกล้ชิด หรือสัมผัสสารคัดหลั่งทางตาหรือจมูก และทางลมหายใจ
ไวรัส RSV ทำให้เกิดอาการอย่างไร
RSV ก่อโรคในทางเดินหายใจ แบ่งอาการเป็น 3 กลุ่มคือ
- ทางเดินหายใจส่วนต้นอักเสบ ทำให้มีอาการคล้ายหวัด มีไข้ ไอ น้ำมูกไหล คออักเสบ
- ทางเดินหายใจส่วนล่างอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ ซึ่งมักเป็นในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี
- ในบางรายมีอาการรุนแรง ไข้สูง หอบเหนื่อย ซึ่งมีสาเหตุมาจาก ไวรัส RSV ตั้งแต่ 40 –90 % รวมไปถึงปอดบวม
ไวรัส RSV ต่างจากหวัดธรรมดาอย่างไร
หวัดธรรมดาจะมีอาการไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล กินน้ำ กินนมได้ ซึ่งจะหายได้ใน 5-7 วัน แต่อาการที่เกิดจากไวรัส RSV มีอาการหอบ เหนื่อย บางคนหอบมากจนเป็นโรคปอดบวม หรือหายใจมีเสียงวี้ดแบบหลอดลมฝอยอักเสบ บางรายไอมากจนอาเจียน ซึมลง ตัวเขียว กินข้าว กินน้ำ กินนมไม่ได้
รักษา ไวรัส RSV อย่างไร
ระวังเรื่องการขาดนน้ำ เพราะจะยิ่งทำให้เสมหะเหนียวข้นและเชื้อลงปอด อาจต้องใช้ยาพ่นร่วมกับ oxygen เพื่อช่วยขยายหลอดลม รับประทานยาลดไข้ตามอาการทุก 4 – 6 ชั่วโมงพร้อมกับเช็ดตัวลดไข้ นอนพักผ่อนเยอะๆ ร่างกายก็จะฟื้นตัวอย่างช้าๆ ใช้เวลาประมาณ 7 – 14 วัน จึงจะหาย
วิธีป้องกัน ไวรัส RSV
การล้างมือให้เด็กเล็กบ่อยๆ และพี่เลี้ยงเด็กก็ต้องล้างมือบ่อยๆ เช่นกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสเด็กที่สงสัยว่าเป็นหวัด และใส่หน้ากากอนามัยป้องกันเอาไว้
เมื่อมีเด็กป่วย หากเป็นไปได้ให้ผู้ปกครองรับกลับบ้าน แต่หากไม่สามารถรับกลับบ้านได้ ให้แยกเด็กและแยกเครื่องใช้ของเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค
หลีกเลี่ยงการจูบและหอมเด็ก เพราะอาจเป็นการแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว ไม่พาบุตรหลานไปที่ชุมชมสถานที่ที่มีคนเยอะ
ถ้ามองเผิน ๆ คุณพ่อคุณแม่อาจจะคิดว่าน้องเป็นหวัดธรรมดา แต่ถ้าไม่สังเกตอาการให้ดีและปล่อยไว้นานอาจจะกลายเป็นโรคร้ายที่อันตรายต่อชีวิตเด็ก ๆ ได้ค่ะ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ มีโอกาสที่จะเกิดซ้ำอีกได้ถ้าน้อง ๆ ร่างกายอ่อนแอ ซึ่งจะกระตุ้นอาการหอบจนทำให้เป็นโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังในที่สุดค่ะ
เครดิตข้อมูลจาก : รักลูกคลับ-Rakluke Club
POW Zukar Q พาวซูการ์คิว
กลุ่มโรค NCDs เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การดื่มแอลกฮอล์ การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย การนอนดึก มีภาวะความเครียดสูง ตัวอย่างของโรค NCDs ได้แก่ โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ&...
ดูรายละเอียดภูมิแพ้ ทางเดินหายใจ
นิวนอร์มอล อยู่ให้ได้ อยู่ให้เป็น
ในวันที่เราเริ่มต้นเดินทางออกจากบ้านมาทำงาน และ ทำกิจกรรมนอกบ้านได้ใกล้เคียงกับปกติ แต่พฤติกรรมเหล่านี้เป็นวิถีชีวิตใหม่ หรือที่เรียกกันว่า นิวนอร์มอล (New Normal) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ไม่เหมือนเดิม แม้ว่าเราจะกลับไปยังสถานที่เดิม ๆ เพราะทุกคนต้อง...
อ่านต่อสูงวัยทำยังให้ไงไม่ให้อ่อนแอ
ยิ่งสูงวัยร่างกายยิ่งอ่อนแอ ภูมิต้านทานก็เสื่อมถอยลงเรื่อยๆ หากไม่ดูแลให้ดีอาจจะถูกเล่นงานจากสารพัดโรคร้าย ต้องรีบฟื้นฟูเสริมภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น เพราะยิ่งภูมิแข็งแกร่ง ร่างกายก็จะแข็งแรงตามไปด้วยเพราะการที่คนเราจะป่วยหรือติดโรคมีอยู่ 2 ปัจจัย คือปริ...
อ่านต่อสมุนไพรไทย ภูมิใจ พาว
สมุนไพรไทยในผลิตภัณฑ์ พาวเดอร์ล่า พาวในรูปแบบผง ที่พาว ภูมิใจนำเสนอ พลูคาว มีสารฟลาโวนอยด์ อัลคาลอยด์ และสารเควอซิทิน เสมือนเกราะป้องกันการทำลายเซลล์ในร่างกาย มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ และลดการอักเสบกระชายขาว มีสารแพนดูราทิน ที่สามารถลดจำนวนเซลล์ที...
อ่านต่อมั่นใจ สมุนไพรไทย
ใครที่ยังสงสัยว่าสมุนไพรไทยดีจริงไหม ? ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง? 3 คำถาม-คำตอบ กับ นพ.มารุต จิรเศรษฐสิริ อดีตอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จะช่วยไขข้อข้องใจและสร้างความมั่นใจได้ว่า สมุนไพรมีดีและปลอดภัย ลองเปิดใ...
อ่านต่อพาวเมาท์สเปรย์ ลดแบคทีเรียในปาก
พาวเมาท์สเปรย์ ช่วยลดแบคทีเรียในช่องปากได้ถึง 99.96% ไม่ใช่แค่บอก แต่เราได้ทำการทดสอบมาแล้ว จาก โครงการการทดสอบประสทิธิภาพและความปลอดภัย ของผลิตภัณฑ์สเปรย์ระงับกลิ่นปากผสมสารสกัดสมุนไพร ได้รับการสนับสนุนจัดหาผู้เชี่ยวชาญโดย ITAP สวกช. (เลขที่อนุมัต...
อ่านต่อ