
แมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความถี่และความรุนแรงของไมเกรน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทและการไหลเวียนเลือด แต่การทานเสริมอาจมีผลข้างเคียง เช่น ท้องเสีย คลื่นไส้ หรือปวดท้อง หากทานในปริมาณสูงเกินไป โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคไตควรระวังเป็นพิเศษ
แมกนีเซียมกับไมเกรน
- ความเชื่อมโยง: ผู้ป่วยไมเกรนจำนวนมากพบว่ามีระดับแมกนีเซียมในร่างกายต่ำกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของเซลล์ประสาทและการหดตัวของหลอดเลือด
- ประโยชน์: การเสริมแมกนีเซียมสามารถช่วยลดความถี่ของการเกิดไมเกรน และบรรเทาอาการร่วม เช่น คลื่นไส้ แพ้แสง และเสียงดัง
- รูปแบบที่ใช้บ่อย:
- Magnesium oxide (400–600 มก./วัน) ใช้ป้องกันไมเกรน
- Magnesium sulfate (ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ 1–2 กรัม) ใช้ในกรณีเฉียบพลันในโรงพยาบาล
อาการข้างเคียงไม่พึงประสงค์
แมกนีเซียมถือว่าปลอดภัยในระดับที่เหมาะสม แต่หากทานมากเกินไปอาจเกิดผลข้างเคียง เช่น:
- ท้องเสีย (พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะ magnesium oxide)
- ปวดท้องหรือเกร็งในช่องท้อง
- คลื่นไส้
- ระดับแมกนีเซียมในเลือดสูงเกิน (Hypermagnesemia) → อาจทำให้ความดันต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ อ่อนแรง ซึ่งพบได้ในผู้ป่วยโรคไตที่ขับแมกนีเซียมออกไม่ดี
สรุปแนวทางการใช้ แมกนิเซี่ยม
- เริ่มจากอาหารธรรมชาติ เช่น ถั่ว เมล็ดพืช ผักใบเขียว และธัญพืชเต็มเมล็ด
- อาหารเสริม: ควรเลือกชนิดที่ดูดซึมง่าย เช่น magnesium citrate หรือ glycinate หากมีปัญหาท้องเสียจาก magnesium oxide
- ปรึกษาแพทย์: โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไต หรือใช้ยาหลายชนิด