
การทานแมกนีเซียมที่ถูกวิธีคือการรับประทานพร้อมอาหารเพื่อช่วยการดูดซึม ลดอาการระคายเคืองกระเพาะ และสามารถทานก่อนนอนเพื่อช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและนอนหลับดีขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการทานพร้อมยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะหรือยาลดกรด เพื่อป้องกันการรบกวนการดูดซึม
แนวทางการทานแมกนีเซียมอย่างถูกต้อง
- เวลาในการทาน
- พร้อมอาหาร: ช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น และลดโอกาสเกิดอาการท้องเสียหรือปวดท้อง
- ก่อนนอน: เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับหรือกล้ามเนื้อเกร็ง เพราะแมกนีเซียมช่วยผ่อนคลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
- ไม่ควรทานพร้อมยาอื่น: โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ (เช่น tetracycline) และยาลดกรด เพราะอาจลดการดูดซึมของแมกนีเซียม
- ปริมาณที่แนะนำ
- ผู้ใหญ่ทั่วไป: 310–420 มิลลิกรัมต่อวัน (ขึ้นอยู่กับเพศและอายุ)
- หญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตร: อาจต้องการมากขึ้น แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- เด็ก: ปริมาณขึ้นอยู่กับอายุและน้ำหนัก ไม่ควรทานเสริมเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
- แหล่งอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง
- ถั่วและเมล็ดพืช: อัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง งาดำ
- ธัญพืชเต็มเมล็ด: ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต
- ผักใบเขียว: ผักโขม คะน้า
- ปลาและอาหารทะเล: ปลาซาร์ดีน ปลาทู
- เคล็ดลับเพิ่มการดูดซึม
- หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์มากเกินไป เพราะลดการดูดซึมแมกนีเซียม
- ทานร่วมกับวิตามิน B6 ช่วยให้แมกนีเซียมทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น
- เลือกแมกนีเซียมรูปแบบที่ดูดซึมง่าย เช่น magnesium citrate หรือ magnesium glycinate แทน magnesium oxide
ข้อควรระวัง
- ไม่ควรทานเกิน 350–400 มิลลิกรัมต่อวันในรูปแบบอาหารเสริม เพราะอาจทำให้ท้องเสียหรือเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ผู้ป่วยโรคไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะการขับแมกนีเซียมออกจากร่างกายอาจทำงานได้ไม่ดี
- หากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียรุนแรง ควรหยุดทานและปรึกษาแพทย์ทันที