
ชาขาว ประกอบด้วยสารโพลีฟีนอล (Polyphenols)ประเภท EGCG สูงมากกว่าชาชนิดอื่น เป็นหนึ่งในโมเลกุลจากพืชที่เป็นตัวต้านสารอนุมูลอิสระ ทำหน้าที่คอยซ่อมแซมเซลล์ที่ได้รับความเสียหาย ต้านการอักเสบ และเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ชาขาวจึงได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ด้วยประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ ดั้งนี้
ประโยชน์ของชาขาว
“ชาขาวถูกใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งขาชาวถือว่ามีประโยชน์ทางด้านนี้ เพราะมีสารโพลีฟีนอลประเภท EGCGสูงมากกว่าชาชนิดอื่น”
- ต้านอนุมูลอิสระ
จากการวิจัยพบว่า การดื่มชาขาวจะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่าการบริโภคผักและผลไม้ที่ม่สารต้านอนุมูลอิสระสูงในสัดส่วนที่เท่ากัน และยังพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ชาที่ชงจากยอดชาขาวมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าชาชนิดอื่น และยังอุดมไปด้วยวิตามินCและ Eอีกด้วย การดื่มชาขาวมีผลดีต่อสุขภาพของเรามาก และยังช่วยชะลอความแก่ ลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าได้อีกด้วยการดื่มชาขาวจะช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ลดอาการตึงเครียดจากการทำงานหนัก - ประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปากและฟัน
สารฟลาโวนอย (flavonoids)และแทนนิน (Tannins) ในชาขาวช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปากที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดคราบหินปูน และยังพบสารฟลูออไรด์ซึ่งสามารถลดความเสี่่ยงที่ทำให้เกิดฟันผุได้ - ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
ชาขาวมีคุณสมบัติป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเช่นเดียวกับชาเขียว จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยโอไฮโอเซาเทิรน์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าชาขาวมีปริมาณสารโพลีฟีนอลสูงกว่าชาเขียว ที่ช่วยป้องกันมะเร็งหลายชนิด ทั้งมะเร็งปอด ต่อมลูกหมาก เต้านม ลำไส้ใหญ่ ตับ ผิวหนัง และกระเพาะอาหาร เพราะในชาขาประกอบด้วยสารโพลีฟีนอลประเภท EGCGที่มากกว่า - รักษาระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ผลจากการดื่มชาขาว ช่วยรักษาอาการดื่มน้ำมาก (Polydipsia)ซึ่งเป็นอาการที่พบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน นอกจากนี้ยังสามารถลดปริมารกลูโคลและเพิ่มการหลั่งอินซูลินในกระแสเลือดได้ - ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
ในขาชาวพบสาร ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids)ซึ่งมีคุณสมบัติลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ชะลอการสะสมไขมันที่หลอดเลือดแดง ฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยควบคุมความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดตีบที่เกิดจากออกซิเดชั่นไขมันเลว(LDL Cholesterol) - ช่วยในการลดน้ำหนัก
เนื่องจากสารคาเฟอีนและสารเคเทซินในชาขาว ช่วยให้ระบบเมตาบอลิซึมในร่างกายดีขึ้น เผาผลาญพลังงานได้มาก เป็นผลทำให้น้ำหนักตัวลดลง โดยที่ไม่ผลกระทบต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ถึงแม้การดื่มชาจะช่วยควบคุมน้ำหนักได้ แต่การควบคุมอาหารและออกกำลังกายร่วมด้วย จึงจะทำให้การลดน้ำหนักประสบผลสำเร็จ - เพิ่มภูมิคุ้มกัน
สารโพลีฟีนอลในชาขาว ช่วยพัฒนากระบวนการล้างสารพิษและสิ่งสกปรกจากร่างกาย จึงช่วยป้องกันเซลล์ของร่างกายจากการเสื่อมสภาพและถูกทำลายก่อนวัยอันควร ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกัน และสารคาเทซินในชาขาว โดยเฉพาะEGCGมีสรรพคุณป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี จากข้อมลูในวารสารวิทยาภูมิคุ้มกันทางการแพทย์และโรคภูมิแพ้ จากการทดลองแสดงให้เห็นว่า ชาขาวเข้มข้นช่วยป้องกันไม่ให้เชื้่อไวรัสเอชไอวีจับตัวกับเซลล์เม็ดเลือดขาว ที่เรียกว่า ทีเซลล์ (T Cells) ซึ่งเป็นด่านแรกที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อเอชไอวีได้ - ต้านริ้วรอยชะลอความแก่
สารแอนตี้ออกซิแดนท์ในชาขาวจะช่วยปกป้องผิวจากภายใน โดยป้องกันการสูญเสียโปรตีนในชั้นผิวจากกระบวนการออกซิเดชั่น มีส่วนในการปกป้องเซลล์ผิว อันเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยหรือจุดด่างดำ พัฒนาระบบภูมิคุ้มกันผิว ยับยั้งอนุมูลอิสระที่มีสาเหตุมาจากรังสียูวี เสริมสร้างความแข็งแรงของเซลล์ผิวหนัง ให้ผิวมีความยืดหยุ่น ผิวไม่แห้งกร้าน
ชาขาวควรดื่มตอนไหน
- ดื่มชาขาวหลังตื่นนอนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารและเมแทบอลิซึม เป็นการเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น
- ดื่มชาขาว 30 นาทีก่อนมื้ออาหารช่วยควบคุมความอยากอาหารและกระตุ้นการเผาผลาญ
- ดื่มชาขาว 30-60 นาทีหลังมื้ออาหารช่วยในการย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหาร
- ดื่มชาขาวเป็นเครื่องดื่มระหว่างวันเพื่อเพิ่มความสดชื่นและลดความเครียด
- ดื่มชาขาว 30 นาทีก่อนออกกำลังกายช่วยเพิ่มพลังงานและเร่งการเผาผลาญ
- ดื่มชาขาวหลังออกกำลังกายช่วยในการฟื้นฟูร่างกายและเติมความชุ่มชื้น
- ดื่มชาขาวที่ไม่มีคาเฟอีนก่อนนอนช่วยให้ผ่อนคลายและนอนหลับสบาย
ชาขาว ชาขาวเข็มเงิน แม่สรวย เชียงราย
Bai Hao Yinzhen ไป๋หาวหยินเจิน ชาขาวเข็มเงิน หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Silver Needle ด้วยลักษณะเหมือนเข็ม มีขนสีขาวประกายเงินปกคลุม จึงเรียกว่าเข็มเงิน

ชาขาวเข็มเงิน ตราบ้านชาไทย ปลูกบนยอดเขาสูงไม่น้อยกว่า 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากไร่ชา อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ในการเก็บใช้มือเก็บเฉพาะยอดอ่อนของต้นชาที่เพิ่งแทงยอดออกมา มีลักษณะยอดตูม แหลมไม่บาน เนื่องจากมีลักษณะยอดค่อนข้างเล็กและบอบบาง ในการเก็บเกี่ยวจึงต้องทำอย่างพิถีพิพัน และนำมาผ่านกระบวนการทำให้แห้งโดยการตากลมผึ่งแดด หรือการอบด้วยเครื่องอบ ไม่ผ่านกรรมวิธีการบ่มหมัก

ชาวไร่ชาหนึ่งคนเดินเก็บยอดชาทั้งวันจะได้ยอดชา 200-300 กรัม เมื่อนำมาทำให้แห้ง จะเหลือน้ำหนักเพียง 40-60 กรัม จึงทำให้ชาขาวเป็นชาที่หายาก


รสชาติของชาขาว white tea เนื่องจากเป็นยอดอ่อนของต้นชาปริมาณคาเฟอีนจึงน้อยกว่าชาชนิดอื่น ชาไป๋หาวมีกลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติอ่อนละมุน แต่มีความเข้มกว่าชาขาวเข็มเงินที่ไร่ชาจากที่บ้านห้วยน้ำกลืน อ.เวียงป่าเป้า จ. ชียงราย
การชงชา ให้ได้รสชาติที่อร่อย
- ลวกแก้วชาหรือกาสำหรับชงชา ด้วยน้ำร้อน เททิ้งไปก่อน 1 ครั้ง เพื่อรักษาอุณหภูมิของภาชนะ
- ใส่ชาขาวลงไปในภาชนะ ตามปริมาณที่ต้องการ โดยเฉลี่ยแล้วอยู่ประมาณ 3-5 กรัม ต่อน้ำ 150 ml. *หากชอบรสชาติเข้มสามารถเพิ่มปริมาณชาได้*
- ทำการลวกชา โดยเทน้ำร้อนอุณภูมิ 80-100 องศา ลงไปในภาชนะเทน้ำชาทิ้ง 1 รอบ *แนะนำน้ำที่อุณหภูมิ 80 องศา เพราะชาขาวไม่ได้ผ่านการนวด*
- เทน้ำร้อนลงในภาชนะชงชา รอประมาณ 3-5 นาที จึงค่อยๆรินชาออกดื่ม สามารถชงชาได้เรื่อยๆ จนกว่าจะหมดรสชาติ
- ควรดื่มชาขาวในขณะที่ยังร้อนอยู่ จะช่วยเพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ได้เป็นอย่างดี
